หน้าแรก บล็อก หน้า 3

Canon EOS R รีวิว 10 ข้อดี ข้อเสีย กล้อง Mirrorless Fullframe ตัวแรกจาก Canon

0
Canon EOS R รีวิว


Canon EOS R รีวิว กล้อง Canon EOS R Mirrorless Fullframe
เนื่องด้วยกระแสกล้อง Mirrorless ตอนนี้มาแรงอย่างมาก เนื่องด้วยขนาดที่กระทัดรัด น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และมีฟังชั่นจัดเต็มไม่แพ้กล้อง Dslr รุ่นใหญ่ๆ ซึ่งนับวันจะลดความนิยมลงไป คงอยู่ไว้สำหรับตากล้องสายอาชีพ ยกตัวอย่างที่เป็นกระแสเมื่อก่อนที่เป็นที่ฮือฮาคือ ค่าย Nikon เปิดตัว Nikon Z7 และ Z6  หรือจะเป็นค่าย Sony ซึ่งมี Sony A7iii เรียกได้ว่าชิงไหวพริบในการเปิดตลาดและรอดูคู่แข่งอยู่ตลอดเวลากันเลยทีเดียว

ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านบทความจากช่างภาพท่านนึง คุณ Visshawahgarn Sugunphattharint ซึ่งเห็นว่าเป็นข้อมูลน่าสนใจ และเขียนรีวิว กล้อง Canon EOS R Mirrorless ได้ละเอียดมากจึงขอนำมาแชร์เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองกล้องรุ่นนี้อยู่ รายละเอียดตามไปดูกันเลยครับ

Canon EOS R รีวิว 3

“สรุปข้อดีข้อเสียของ Canon R” Canon EOS R

ข้อดี 1. Pixel ใหญ่ที่สุดมาถึง 30 ล้าน ข้อดีคือถ้าเราถ่าย Crop Mode เราก็ยังได้ภาพที่ใหญ่เพียงพอที่จะใช้งานและครอปได้อีกพอสมควร ถือว่าขนาด 30 ล้านเป็นขนาดที่ลงตัวมากๆ ประกอบกับการบีบอัดแบบใหม่ที่หนอนเคลมว่าลดขนาดไฟล์ Raw ลงไปได้อีกถึง 40% โดยไม่เสียคุณภาพไปมากนัก ทำให้น่าจะถูกใจคนใช้ Raw พอสมควร แต่ดูเหมือนว่าจะตัด MRaw, SRaw ออกไปแล้ว น่าเสียดายมาก

ถ้าจะพูดชัดๆ ก็คือตอนนี้ถ้าเราเลือกถ่ายแบบ Raw ก็จะเป็นไฟล์ 14bits แบบไม่บีบอัด. แต่ถ้าเลือก CRaw ก็จะเป็นไฟล์ที่บีบอัดลงไป 30-40% เหมือนของ Sony นั่นเอง. ซึ่ง Raw ที่ถ่ายจาก Canon R ก็จะนามสกุล CR3 ทั้งหมด

2. จอหมุนได้ และระบบ Touchscreen รวมไปถึงระบบ Touch to Focus ของตัว R น่าจะดีที่สุดในตลาดตอนนี้ แม้ว่าจะยังมีความแลคอยู่บ้างนิดๆ แต่ไม่ได้แย่อะไร ยิ่งถ้าเทียบกับ A7iii แล้วเรียกว่าทิ้งกันไม่เห็นฝุ่น อย่าลืมว่าการทำงานกับกล้องไร้กระจก ส่วนใหญ่เราใช้งานมันผ่านระบบ Touchscreen เยอะมาก ทั้งเลือกจุดโฟกัส ดูรูป ดูข้อมูล การมีจอระบบ Touchscreen เต็มระบบ จอสวย สีตรง หมุนได้ อันนี้คือข้อดีที่สุดเมื่อเทียบกับ Sony & Nikon ถือเป็นจุดขายสำคัญของหนอนเลย

3. EVF หรือช่องมองภาพอิเล็คทรอนิคเป็นแบบ OLED ความละเอียดสูง ไม่แลค ไม่ปวดตา และสีตรงกับจอ LCD หลังกล้อง ไม่ใช่คนละสีเหมือน A7III ทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ จากช่างภาพที่ไปงานเปิดตัว ชมกันทุกคนว่าภาพลื่นไหล ดีกว่า A7iii เยอะ และไม่มี Blackout เวลารัวภาพ ดังนั้นใครยังติดนิสัยถ่ายภาพจาก DSLR ชอบมองผ่านช่องมองภาพมากกว่า น่าจะชอบตรงจุดนี้อย่างแน่นอน

4. ระบบเซ็ตค่าต่างๆ ง่ายขึ้น เช่นการเลือกโหมดถ่ายภาพ Canon ให้โหมดถ่ายภาพใหม่มาก็คือโหมด FV ซึ่งเป็นการรวมเอาทุกโหมดมาไว้ที่โหมดนี้เพียงโหมดเดียว โดยระบบจะทำหน้าที่เหมือนโหมด P แต่ถ้าเราต้องการปรับค่าต่างๆ เราสามารถกดเลือกค่านั้นเพื่อปรับได้เลย เช่นถ้าเราหมุนวงแหวนที่คุมค่า F Stop กล้องก็จะคำนวณค่า Shutter speed ให้อัตโนมัติ หรือถ้าเราหมุนเลื่อนค่า Shutter speed กล้องก็จะคำนวณค่า F stop ให้อัตโนมัติ แต่ถ้าเราหมุนทั้งสองค่า มันก็คือเราใช้งานในโหมด M นั่นเอง ใช้งานร่วมกับ Auto ISO ผมว่าสะดวกมาก ตรงนื้คือสาเหตุว่าทำไมหนอนถึงเอาแป้นเลือกโหมดออกไปจากกล้อง เปลี่ยนให้มาเลือกผ่านการกดปุ่มแทน ซึ่งถือว่าทำได้ดี ผู้ใช้คงแช่อยู่ที่โหมด FV กันยาวๆ ตัวอย่างการใช้งาน FV Mode ดูจากคลิปด้านล่าง นาที 1:20 ครับ ปรับง่ายมากๆ ไม่ยุ่งยากเลย https://www.youtube.com/watch?v=QMaJg5MA8Yc

5. การโฟกัสในที่แสงน้อย Canon แจ้งว่ากล้องสามารถโฟกัสในที่มืดได้ถึง -6EV เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ 1.2 แต่ที่น่าสนใจคือค่อให้เราเซ็ตค่า F อยู่ที่ 2.8 เพื่อวัดแสง และถ่ายภาพ แต่กล้องจะทำการโฟกัสก่อนด้วยความสว่าง 1.2 เพื่อโฟกัส แล้วค่อยปรับค่ารูรับแสงเหลือ 2.8 เพื่อวัดแสงและถ่ายภาพให้เรา นั่นหมายความว่าถ้าเราใช้เลนส์ 1.2 กล้องจะโฟกัสได้ที่ -6EV ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพที่รูรับแสงเท่าไหร่ก็ตามที แต่ถ้าเลนส์ที่ค่า F ต่ำกว่านี้ก็ได้ค่าที่แตกต่างไป

6. Adapter EF To R มีให้เลือกถึงสามตัว ราคาก็แตกต่างกันไป อันนี้พูดถึงโดยละเอียดไปแล้ว ถือว่าเป็นโบนัสสำคัญสำหรับคนที่เอาเลนส์ EF มาใช้ใน R เพราะ Canon การันตีเองว่าทำงานได้สมบูรณ์ 100% การโฟกัสเร็วเหมือนใช้เลนส์ RF เลย เสียดายที่น่าจะมี Adapter ที่ทำได้ทั้งมี Drop-in Filter กับ Control Ring อยู่ในอันเดียวกัน น่าจะดีที่สุดแล้ว วงแหวนหมุน Control Ring น่าจะช่วยได้เยอะเวลาเซ็ตให้หมุนแล้วปรับค่าชดเชยแสง ถ่ายกันสนุกเลยเพราะหมุนเอามันได้ฟิลกว่าเวลาภาพสว่างขึ้น หรือมืดลงให้เห็นจากหน้าจอเลย ตรงนี้หนอนออกแบบมาได้ดีมาก

7. ปุ่ม M Fn Bar ที่สามารถใช้กดเพื่อเข้าหน้าเมนูที่เราเซ็ตไว้ได้ง่ายๆ ถ้าปรับเซ็ตดีๆ ผมว่าจะทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นมาก อันนี้ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ ดีกว่าใส่ Joystick มาเยอะ เพราะยังไงเวลาเลื่อนจุดโฟกัส ก็ใช้การเลื่อนผ่าน LCD Touchscreen อยู่แล้ว เพราะสะดวกกว่าไม่ว่าจะถ่ายด้วยการมองผ่าน LCD หรือ EVF ก็ตามที แรกๆ อาจจะแปลกๆ แต่ใช้ไปสักพักก็จะชินเอง

8. การจับถือช่างภาพหลายคนบอกว่าดีกว่า Sony เยอะ โดยเฉพาะตากล้องสาย Canon จะรู้สึกว่าจับได้ถนัดมือเหมือนจับ DSLR รุ่นเล็กๆ อย่างพวกรุ่น XXD เลยทีเดียว และด้วยบอดี้ที่ทำจากแมคนิเซี่ยมอัลลอยทำให้ความทนทานต่อการใช้งานดีกว่า A7iii พอสมควร ฟิลลิ่งจับถือดีกว่า และระบบกันฝุ่นกันน้ำก็อยู่ระดับเดียวกับ 6DMKII ก็ถือว่าใช้งานได้ดีเลย

9. ระบบโฟกัส DPAF แบบเดียวกับที่ใช้ใน 5D MKIV ซึ่งถือเป็นระบบโฟกัสแนวหน้าเลย ทำให้สามารถโฟกัสได้เร็วที่สุด แตะปุ๊ปโฟกัสปั๊ปแม้ในที่แสงน้อย ไม่มีวืดวาดอีกต่อไปถ้าใช้เลนส์ Canon ที่สำคัญมี Eye AF ให้ใช้ แม้ว่าตอนนี้จะยังทำงานแค่ในโหมด AF-S แต่อาจจะมีการอัพเดทผ่าน FW ให้ใช้งานในโหมด AF-C ได้ ซึ่งก็ถือว่ามีการพัฒนาในทิศทางที่ดี แม้จะตามหลัง Sony อยู่พอสมควรก็ตาม ส่วนระบบ Face Detection ก็ทำงานได้ไวดีทั้งในโหมดภาพนิ่งและวีดีโอ แม้ในที่แสงน้อยก็ตาม ซึ่งตากล้องที่ไปงานเปิดตัวพูดตรงกันว่างานเปิดตัวของหนอนที่ฮาวาย สภาพแสงเลวร้ายกว่างานเปิดตัว Nikon มาก แต่ระบบโฟกัสกลับทำงานได้ดีอย่างน่าแปลกใจ ก็ถือว่าหนอนทำระบบโฟกัสมาได้ดีจริงๆ

10. ช่วงเลนส์ที่ออกมาให้ใช้ถือว่าดี ผมว่าหนอนทำการบ้านเรื่องเลนส์มาได้ดีมาก เพราะการที่ขยายเมาท์ท้ายเลนส์ให้ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถออกแบบเลนส์ให้สว่างง่ายขึ้นโดยที่เลนส์ชิ้นหน้าอาจจะไม่ต้องใหญ่มาก ในขณะที่ Nikon เลือกจะโชว์พลังของเมาท์ Z ด้วย 50 F0.95 MF หนอนเลือกโชว์พลังด้วยเลนส์ 28-70 F2 ที่แม้ว่าจะมาด้วยน้ำหนัก 1.4 kg แต่ผมว่ามันก็น่าใช้มากจริงๆ เสียดายที่ดันไม่มีกันสั่นมากับเลนส์ด้วย ซึ่งถ้ามาก็คงหนักขึ้นไปอีก แต่มันแย่ตรงที่ Body R มันไม่มีกันสั่นในบอดี้นี่แหละ ไม่งั้นคงดีงามมาก อีกจุดที่เป็นข้อดีคือเวลาเราปิดเครื่อง ม่านชัตเตอร์จะลงมาปิดตัวเซนเซอร์ด้วย ทำให้เวลาเราปิดเครื่องเพื่อเปลี่ยนเลนส์ ก็จะเจอปัญหาเรื่องฝุ่นเข้าไปในเซนเซอร์น้อยลง ตรงนี้แหล่มมากๆ เพราะเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับกล้องไร้กระจกที่ฝุ่นจะเข้าเซนเซอร์ได้ง่ายมากๆ ตรงนี้ช่วยได้เยอะเลย

Canon EOS R Mirrorless รีวิว

ข้อเสีย 1. ระบบวีดีโอตามหลังทุกค่ายอย่างไม่เห็นฝุ่น 4k ที่ Crop 1.7 รวมไปถึง FullHD ที่มาแค่ 60p ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ไป120p กันหมดแล้ว ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาสำคัญของช่างภาพสายซีนีม่า ที่คงไม่สนใจกล้องรุ่นนี้โดยไม่ต้องมองหาข้อดีอื่นๆ เลย ตรงนี้ถือว่าล้าหลังมาก และเป็นข้อเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดของกล้องรุ่นนี้

2. ระบบกันสั่นในบอดี้ไม่มีมา ในขณะที่อีกสองค่ายจัดเต็มมาให้ ตรงนี้น่าจะเป็นอีกจุดที่ทำให้คนที่จะซื้อถึงกับชะงัก เพราะการมีกันสั่นในบอดี้มันช่วยได้มากจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงไม่ใส่มาทั้งๆ ที่คู่แข่งใส่มาให้หมด

3. แบตเตอรี่ที่ยังถือว่าห่างชั้นกับ Sony Gen3 เรียกว่าห่างกันราวๆ หนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีโหมดประหยัดพลังงานให้เลือก ซึ่งจะทำให้ใช้แบตได้นานขึ้นอีกนิด แต่ส่วนตัวมองแล้วยังเทียบกับ Sony ได้ยากในเรื่องของแบต

4. การชาร์ตแบตด้วย USB ต้องใช้อุปกรณ์ชาร์ตของ Canon เท่านั้น ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าถ้าใช้ Powerbank อื่นๆ จะชาร์ตเข้ามั้ย ถ้าชาร์ตไม่เข้า หนอนคงงานเข้าซะเอง แต่ส่วนตัวคิดว่าคงเพื่อความปลอดภัยหนอนเลยแจ้งไว้แบบนี้มากกว่า เพราะหากใช้ Powerbank คุณภาพต่ำมาชาร์ต แล้วกล้องพัง แบตพังขึ้นมา หนอนก็ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเตือนแล้วว่าควรใช้กับอุปกรณ์ชาร์ตของ Canon เท่านั้น และตอนชาร์ตก็ต้องปิดกล้องเท่านั้น เปิดใช้งานไม่ได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย อันนี้ไม่แน่ใจว่าเราสามารถเสียบ Powerbank แล้วใช้งานพลังงานผ่าน Powerbank แบบ Sony ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็ถือเป็นอีกข้อเสียสำคัญเรื่องนี้ เรื่องแบตต้องยอมรับเลยว่า Sony ทิ้งขาดจริงๆ อย่างน้อยก็หนึ่งช่วงตัวเลย มีข้อดีอยู่บ้างก็ตรงที่ใช้แบตเดิมเหมือน 6D,5D นี่แหละ แต่จะชาร์ตผ่าน USB ได้ก็ต้องเป็นแบตรุ่นใหม่อีกนะ แบตรุ่นเก่าที่ไม่มี N ตามท้ายชาร์ตไม่ได้ แม้จะพยายามแก้ทางด้วยการขายกริปมาให้ แต่กริปพี่ก็ไม่สวยเอามากๆ ใส่แล้วความหล่อหายไปจนหมดสิ้นสภาพ

5. ความเร็วในการถ่ายรัว อันนี้ถือเป็นอีกจุดด้อยมากๆ ของ R เพราะความเร็วในการรัวแบบ 8 ภาพต่อวินาทีนั้นเฉพาะการกดถ่ายแบบ AF-S แล้วล็อคค่าแสงเท่านั้น ถ้าอยากให้ถ่ายแบบ AF-C ความเร็วจะตกลงเหลือ 5 FPS แต่ถ้าจะโฟกัสด้วย วัดค่าแสงไปด้วยพร้อมๆ กันก็ตกเหลือแค่ 3 FPS อันนี้เรียกว่าโดน Sony ทิ้งขาดอีกเช่นกัน อันนั้นเขาได้ถึง 8 FPS สบายๆ ดังนั้นสายรัวก็มองข้ามกล้องตัวนี้ไปได้เลย เหมาะสำหรับสายเต่า ถ่ายแบบเป็นช็อตๆ ไม่เน้นรัวเท่านั้น

6. ช่องใส่การ์ดแค่ 1 ช่อง อันนี้โดนกันทั้งหนอนและนิค แต่นิคอ้างได้ว่าการ์ด XQD ที่ใช้มันพังยากกว่า และเร็วกว่า ส่วนหนอนก็คงอ้างได้แค่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เน้นความเร็ว และด้วยกล้องที่รัวได้แค่นี้ ถ่ายวีดีโอได้แค่นี้ เอาแค่ SD ก็เหลือเฟือแล้ว เลือกเกรดและความเร็วได้ตามชอบใจเลย และตากล้องส่วนใหญ่ก็คงมี SD กันเยอะอยู่แล้ว ถือว่าหยวนๆ กันได้

7. การออกแบบปุ่มยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าปุ่มเปิดปิดกล้องเป็นแป้นหมุนอยู่ทางซ้ายมือของตัวกล้อง ซึ่งปกติเป็นวงแหวนปรับโหมดถ่ายภาพ ตอนนี้เอาโหมดถ่ายภาพออก แทนที่จะให้แป้นนี้สามารถหมุนเซ็ตค่าต่างๆ ได้ กลับทำให้เป็นแค่ปุ่มเปิดปิดเฉยๆ ถือว่าเสียเปล่ามาก จริงๆ ปุ่มเปิดปิดควรอยู่ทางขวามากกว่า เพราะจะทำให้เปิดปิดกล้องได้ในมือเดียวเวลาต้องการยกถ่ายแบบเร่งด่วน เหมือนที่ Sony ทำ ถ้าหนอนย้ายปุ่มเปิดมาไว้ด้านขวาเหมือน Sony ในตำแหน่งใกล้ๆ กับปุ่มชัตเตอร์ นิ้วชี้เลื่อนเปิดปิดได้ง่ายๆ จะดีกว่านี้มาก อย่างตอนเปลี่ยนเลนส์ ปกติก็ควรต้องปิดกล้องก่อน ถ้าปุ่มเปิดปิดอยู่ทางขวา เราสามารถใช้นิ้วชี้ขวาปิดกล้องได้ทันที ในขณะที่มือซ้ายจับเลนส์อีกตัวขึ้นมาเพื่อเปลี่ยน แต่พอปุ่มเปิดปิดมาอยู่ทางซ้าย มันก็เพิ่มขั้นตอนขึ้นมาว่าต้องยกกล้องมาปิดก่อน ทำให้หลายคนเลือกจะไม่ปิดกล้องตอนเปลี่ยนเลนส์ มันเร็วขึ้นอีกสเต็ปหนึ่ง ส่วนทางซ้ายทำแป้นหมุนให้เลือกเซ็ตค่าเป็นเมนูลัดได้ หรือใส่พวกปุ่ม Shortcut C1 – C4 แบบ Sony ได้น่าจะสะดวกกว่า Canon ปุ่มเมนูลัดน้อยเกินไป ทำให้ใช้งานไม่น่าจะสะดวกเท่า Sony

8. Dynamic Range ด้อยสุดเมื่อเทียบกับ Sony, Nikon แต่ถ้าพิจารณาว่าเป็นเซนเซอร์ตัวเดียวกันกับ 5D MKIV ก็ถือว่าไม่ได้ด้อยกว่ามากนัก ก็คงตามหลังนิดๆ เพราะต้องยอมรับว่า Sony ทำตรงนี้ได้ดีจริงๆ หวังว่าเราจะได้เห็นหนอนออกเซนเซอร์ตัวใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ดีที่สุดที่ตัวเองมีกับกล้องตัวใหม่ที่น่าจะเป็นเวอร์ชั่น 5D ถอดกระจกในปีหน้า การเอาเซนเซอร์เก่าของ 5D MKIV ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2016 มาใส่กล้องตัวใหม่ของตัวเองแบบนี้ก็แอบน่าผิดหวังอยู่หน่อยๆ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า Canon R น่าจะเป็นตัวต่ำสุดลอง Full Frame Mirrorless ของหนอน ดังนั้นเรื่องงบประมาณต้นทุน และราคาขายคงทำให้ใส่อะไรมาได้ไม่เต็มที่นัก ต้องบอกว่าดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ยกเอาเซนเซอร์ของ 6DII มาใส่ในกล้องตัวนี้

9. (อาจจะไม่ใช่จุดเสีย แต่แค่รู้สึกติดใจนิดๆ )จุดโฟกัสให้มามากถึง 5,655 จุด ตอนแรกก็ตื่นเต้นดี แต่พอรู้ว่ามันไม่ได้คลุมพื้นที่ทั้งหมด 100% ก็เลยงงๆ ว่าตกลงมันจะยัดมาขนาดนั้นเพื่ออะไร ในเมื่อคลุมได้ไม่ครบ สำหรับพื้นที่โฟกัสนั้น แนวตั้งครอบคลุม 100% ก็จริง แต่แนวราบกลับครอบคลุมแค่ 88% เท่านั้น นั่นหมายความว่าขอบซ้ายและขวามีด้านละ 6% ที่โฟกัสไม่ได้นั่นเอง จริงๆ ก็ไม่เยอะหรอก แต่พอเห็นว่าจุดโฟกัสมหาศาลขนาดนี้แต่ดันคลุมไม่ครบ 100% เลยรู้สึกว่าถูกหักหลังนิดๆ

10. Picture Style ยังคงให้มาเท่าเดิม และใส่เพิ่มได้แค่ 3 อันเท่าเดิมเหมือนกับที่ DSLR ให้มาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ในขณะที่ Nikon ให้มา 20 อัน ซึ่งทำให้ได้ไฟล์ Jpeg หลังกล้องแบบเดิมๆ ไม่หลากหลายน่าตื่นตาตื่นใจ คงจะดีกว่านี้ถ้าให้ใส่ Picture Style เพิ่มได้จาก 3 อันเป็น 10 อันเหมือน Nikon จริงๆ อยากให้มี Function Film simulation เหมือนของ Fuji นู้นเลย เพราะแม้ว่าเรื่องสีของหนอนจะดี แต่การทำโทนได้หลากหลายมากกว่าสามแบบย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ถ่ายเสร็จโอนลงมือถือโพสได้เลย มันน่าจะตอบโจทย์ Life style คนสมัยนี้มากกว่าเวลาเราเอากล้องไปถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนๆ ที่เน้นเรื่องความไวและ Jpeg หลักกล้อง

สรุปว่ากล้องตัวนี้เหมาะกับใคร…

สำหรับผมนี่ Canon R ก็คงเป็นกล้องระดับเริ่มต้นของ Canon ในตลาด Full Frame Mirrorless และผมเชื่อว่าหนอนก็คงปล่อยออกมาสามซีรีย์ เหมือนกับที่ทำกับ DSLR โดยน่าจะมีรุ่น 5D และ 1D แบบถอดกระจก ตามออกมาอีกแน่ๆ ในปีหน้า โดยที่สเป็คต่างๆ น่าจะจัดเต็มกว่านี้ ตัว Canon R ก็คงเป็นเหมือนๆ กับ 6D เวอร์ชั่นถอดกระจกนะแหละ ถึงมาแค่นี้ กับราคาประมาณนี้

คนที่เหมาะจะใช้ก็คงเป็นคนที่รับได้กับข้อเสียเหล่านี้ และรู้สึกว่าข้อดีมันมากกว่า เช่นเรื่องระบบควบคุมกล้อง น้ำหนัก ระบบใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามา Eye AF ที่ถือว่าใช้งานได้ดี ไม่ได้ถ่ายรัวๆ บ่อยๆ ไม่ได้สนใจถ่ายวีดีโอ หรือถึงถ่ายก็ไม่ได้เน้น Slow อะไรมากมาย แบบนั้นก็ไม่น่ามีปัญหา

ส่วนตัวมองว่าในราคากล้องระดับนี้ สิ่งที่หนอนให้มาก็ถือว่าคุ้มค่า และน่าจะทำให้คนที่ใช้งานกล้องทำงานได้อย่างราบลื่นพอสมควร

แต่ถ้าใครที่รู้สึกว่ากล้อง Canon R ที่ออกมายังไม่โดน ข้อเสียของมันยังกระทบการใช้งานของตัวเองอยู่ ก็อย่าพึ่งซื้อครับ รอไปก่อน ตัวหน้าดีกว่านี้แน่ๆ แต่ก็คงแพงในระดับแสนอัพ ไม่มี FF Mirrorless ที่ถูกกว่าตัว R นี้ออกมาอีกแน่นอน

ลองคิดดูว่าถ้าหนอนจับเอากันสั่น, การสองช่อง, เซนเซอร์ตัวใหม่ที่ดีกว่าเดิม ใส่เข้าไปในกล้อง มันจะน่าใช้ขนาดไหน นี่แหละคือสิ่งที่น่าสนใจในรุ่นถัดไป

ตลาดตอนนี้กำลังคึกคัก ลองเทียบกันดีๆ ระหว่างตัวนี้กับ A7iii ว่าคุณชอบอะไรมากกว่ากัน แล้วตัดสินใจอีกที เพราะสักพัก Sony คงทำสงครามราคาช่วงปลายปีแน่ๆ เพราะกล้องออกมาได้สักพักแล้ว น่าจะลดราคามาแข่งได้ ส่วนหนอนก็ใช้ความสดใหม่ และข้อดีต่างๆ ด้านบนเข้ามาสู้ ก็อยู่ที่การเทียบกันละครับ ว่าสำหรับเราข้อดีกับข้อเสียอันไหนมากกว่ากัน เลือกให้ถูกและเหมาะสมกับการใช้งานที่สุดครับ

ส่วนผมก็อยู่กับเลนส์หนอนและกล้อง Sony R3 ต่อไป รอลุ้นตัว 5D ถอดกระจกในปีหน้าดีกว่า น่าจะดีกว่านี้เยอะ

จริงๆ จับเอา Spec A7iii มายัดใส่ในบอดี้ของ Canon R ขายที่เก้าหมื่นนี่คือจบเลย Top Seller กันไปยาวๆ ฮ่าๆ

อ้างอิงจาก facebook: Visshawahgarn Sugunphattharint

กล้องทุกรุ่นยี่ห้อ และอุปกรณ์ที่น่าสนใจเพิ่มเติม ดูที่นี่ http://smarturl.it/camera-sale-online